สร้าง Landing Page ให้ปัง ดัง และขายดี!

เคยมั้ยที่คุณอยากจะสินค้าของออนไลน์ ? อยากเก็บข้อมูลลูกค้าที่สนใจ ? หรืออยากที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ และคุณได้ยิงโฆษณาออกไปแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร คุณไม่สามารถเปลี่ยนคนที่เข้ามาให้กลายเป็นลูกค้า หรือ ลงทะเบียน ได้สำเร็จ (Conversion) ได้มากเท่าที่คุณต้องการ วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปด้วยกัน ยิงโฆษณาไม่ดี หรือ Landing Page ไม่ดี ? คุณอาจจะคิดว่า เป็นเพราะเรายิงโฆษณาได้ไม่ดีพอ ตั้งโฆษณาได้ไม่เก่งพอ หรือเราอาจจะเลือกกลุ่ม Target Audience ผิด ส่วนหนึ่งอาจจะใช่ และไม่ใช่ เพราะบางทีสิ่งที่คุณอาจจะยังทำได้ไม่ดี คือ Landing Page ของคุณไม่น่าสนใจมากพอ หรือ ไม่ดึงดูดมากพอที่จะทำให้เกิด Conversion นั้นเอง ถ้าจะให้เปรียบเทียบให้เห็นภาพผมจะยกตัวอย่างร้านขาย “เก้าอี้ทำงาน Pergo” หรือ “เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ” ดูนะครับ วันนี้เมื่อผมจะขายเก้าอี้ออนไลน์ ผมจะเริ่มต้นจากการยิงโฆษณาพื่อขายของ ซึ่งเปรียบเสมือนเรากำลังติดป้ายประกาศ เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนสนใจสินค้า และอยากที่จะเข้ามาเยี่ยมชม หรือซื้อของจากร้านค้าของเรานั้นเอง ซึ่งตัวร้านค้านี้จะเปรียบเสมือน Landing Page  ทีนี้คุณลองคิดภาพตามว่า เมื่อคุณได้เห็นป้ายประกาศที่ดูดี น่าสนใจ (ในที่นี้คือ Advertising) จนทำให้คุณรู้สึกว่าอยากที่จะลองเข้าไปดูสินค้า หรือซื้อสินค้าของร้านค้านี้ดู แต่เมื่อคุณได้เปิดประตูร้านเข้าไป ปรากฎว่าเจอสภาพร้านค้าที่ดูทรุดโทรม ผู้ขายอธิบายรายละเอียดสินค้าไม่ชัดเจน หรือถามอะไรไปก็ไม่สามารถตอบเราได้ คุณคิดว่าคุณจะยังอยากที่จะซื้อของจากร้านค้านี้อยู่อีกหรือไม่ ? ผมเชื่อว่าหลายคนเลือกที่จะเดินออกจากร้านนี้โดยที่อาจจะกลับมาดูอีกครั้ง หรือไม่กลับมาอีกเลย คำถามคือ คุณคิดว่าปัญหาคืออะไร ? โฆษณา (Advertising) ไม่น่าสนใจ ?  หรือ ร้านค้า (Landing Page) ไม่น่าสนใจ ? แน่นอนว่าปัญหาคือ “ร้านค้าไม่น่าสนใจ” นั้นหมายความว่า Landing Page ของคุณเองต่างหากที่ยังไม่ดีพอ แล้ว Website กับ Landing Page ต่างกันยังไง ? ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Website กับ Landing Page กันสักหน่อยว่าแตกต่างกันอย่างไร ? เว็บไซต์ (Website) นั้นจะมีการนำเสนอข้อมูลที่แยอะ และหลากหลาย มีเมนู (Navigation) ที่ชัดเจนสำหรับไปยังหน้ารายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายที่สุด จุดมุ่งหมาย (Goal) ของบางเว็บไซต์อาจจะต้องการนำเสนอข้อมูลธุรกิจ บางเว็บไซต์ต้องการจะนำเสนอข้อมูลสินค้า และราคาเป็นหลัก แตกต่างกันไปตามแต่ละวัตถุประสงค์ของแต่ละเว็บไซต์ แตกต่างกับ Landing Page ที่จะมีการออกแบบเพื่อจุดมุ่งหมายเดียว (Goal) และพยายามที่จะโฟกัสอยู่ที่จุดมุ่งหมายนั้น ๆ เพราะวัตถุประสงค์ของ Landing Page นั้นคือการเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั่วไปให้กลายเป็น “ว่าที่ลูกค้า หรือ Lead” ของเรา ให้ความสนใจในสินค้า/บริการของเรา หรือแม้แต่กดสั่งซื้อสินค้า/บริการ (Call-to-Action หรือ CTA) ของเราได้เลย แน่นอนว่ารูปแบบของ Landing Page จะมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบหลัก คือ Lead Generation Page หรือ Lead Capture Page : เป็นรูปแบบของฟอร์มกรอกข้อมูล วัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ที่สนใจ เพื่อเจ้าของ Landing Page จะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ต่อในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Custom Audience หรือ การทำ Email Automation Call-through Page : รูปแบบนี้ส่วนมากมักจะใช้ในการทำ E-commerce หรือการขายสินค้าออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่ต้องการให้ซื้อสินค้าผ่านปุ่มที่เรียกว่า CTA (Call-to-Action) และในหน้า Landing Page จะมีการอธิบายรายละเอียดสินค้า/บริการ จูงใจผู้เข้าชมเว็บไซต์ด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้เขาคล้อยตาม และตัดสินใจที่จะซื้อสินค้า/บริการของเรานั้นเอง สรุปได้อย่างง่ายเรื่องความแตกต่างระหว่าง Website และ Landing Page คือ จุดมุ่งหมาย หรือ เป้าหมาย (Goal) โดยที่ Website นั้นมี Goal ที่หลากหลาย แล้วแต่วัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ ในขณะที่ Landing Page นั้นจะมี Goal เพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือ เปลี่ยนให้ผู้ใช้งาน (Users) เป็น ว่าที่ลูกค้า (Lead) ไม่ว่าจะเป็นการกดปุ่ม CTA (Call-to-Action) เพื่อส่งข้อมูล หรือซื้อสินค้า หรือที่เราเรียกอีกอย่างว่า “Conversion” 6 ปัจจัยที่ทำให้ Landing Page ของคุณขายดี และประสบความสำเร็จ เมื่อเรารู้ความแตกต่างอย่างชัดเจน จะสังเกตเห็นได้ว่า Landing Page นั้นมุ่งเน้นที่จะทำให้เกิด Conversion ให้มากที่สุด ดังนั้นเราจะมาดูกันว่าองค์ประกอบอะไรบ้างที่จะทำให้ Landing Page นั้นสร้าง Conversion ได้ 1. ดึงดูดสายตาด้วยพื้นที่ด้านบนสุด (Above-the-fold Placement) แน่นอนว่าส่วนที่ผู้ใช้จะเห็นเป็นอันดับแรกสุด คือ เนื้อหาที่แสดงอยู่บนสุดของหน้าจอก่อนที่ผู้ใช้จะเลื่อนหน้าจอลงไป หรือ เนื้อหาที่ปรากฏเต็มหน้าจอเป็นลำดับแรกนั่นเอง ซึ่งเราเรียกส่วนนี้ว่า “Above the Fold” Concept การออกแบบหน้า Landing Page แบบ Above-the-fold Placement ที่มา Wordstream ดังนั้นส่วนนี้จึงเป็นส่วนที่เรียกได้ว่า น่าดึงดูด และได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานมากที่สุด และหากคุณสามารถทำส่วนนี้ให้ออกมาได้ดี คุณจะสามารถสร้าง Conversion ได้โดยง่าย 2. ข้อความสำคัญชัดเจน สั้นกระชับ (Clear and Concise Copy) การใช้ข้อความที่โดดเด่นชัดเจน สั้นกระชับ จะทำให้ผู้ใช้งานได้เข้ามาที่ Landing Page เข้าใจได้ทันทีว่า เราต้องการจะนำเสนออะไรให้กับผู้ใช้งาน และถ้าหากสิ่ง ๆ นั้นตรงใจของผู้ใช้งานแล้ว โอกาสที่จะเกิด Conversion จะไม่ยากเลย ตัวอย่างการใช้ข้อความให้กระชับใน Landing Page ที่มา Pergo Chair ถ้าคุณยังจำตัวอย่างด้านบนได้ สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานคาดหวัง หลังจากเห็นป้านโฆษณา หรือแอด ของเราแล้ว คือ เมื่อเข้ามาใน Landing Page ของแล้วจะต้องพบเจอสิ่งที่มีความสอดคล้องกับสิ่งที่คุณได้โฆษณาออกไป ดังนั้นหากคุณกำลังขาย “เก้าอี้เพื่อสุขภาพ” และเมื่อเข้ามาใน Landing Page แล้วได้พบข้อความที่เกี่ยวข้องกับ การยศาสตร์ (Ergonomic) นั้นจะทำให้ผู้ใช้งานเกิดความมั่นใจว่าเขาได้เข้ามาถูกที่ และมีความต้องการที่จะดู Landing Page ของคุณต่อฃ 3. พื้นที่ว่าง (White Space) White Space ในที่นี้ผมหมายถึง “พื้นที่ว่าง” และไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นสีขาวเสมอไปนะครับ เพียงแต่ว่าในภาษาอังกฤษนั้นเราจะเรียกมันว่า White Space ครับ สำหรับ Landing Page ที่ดีนั้นเราจะพยายามทำให้มีพื้นที่ว่างมากที่สุด และมีสิ่งรบกวนสายตาน้อยที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านข้อความ และเพิ่มพื้นที่ในการมองดูข้อมูลให้ได้มากที่สุด ตัวอย่างหน้า Landing Page ของ Dropbox ที่มา Dropbox ในอีกนัยนึงคือ เราพยายามที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้ใช้งาน โดยที่เราจะไม่นำเสนอข้อมูลอื่นที่ไม่จำเป็น (No Distractions) เช่น Link ข้อมูลอื่น ๆ หรือ สินค้าอื่น ๆ นอกจากสิ่งที่เราต้องการให้ผู้ใช้งานสนใจเพื่อให้เกิด Conversion เท่านั้น 4. รูปภาพ ภาพกราฟิก และ วีดีโอ (Image, illustration and Video) ใช้สื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ ภาพกราฟิก หรือ วีดีโอ เพื่อดึงความสนใจผู้ใช้งาน และอธิบายในสิ่งที่คุณกำลังจะนำเสนอให้แก่เขา แสดงให้เห็นว่าคุณจะสร้างประโยชน์อะไรให้กับผู้ใช้งานได้บ้าง การใช้วีดีโอนับว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดีมากในการอธิบายข้อมูลสินค้า และบริการ เพราะวีดีโอที่ดีนั้นจะทำให้ผู้ใช้งาน หยุดดู และยังสร้างความต้องการที่จะหาข้อมูลสินค้า/บริการของคุณเพิ่มอีกด้วย ตัวอย่างหน้า Landing Page ของ Slack ตัวอย่างหน้า Landing Page ของ Slack ที่มา Slack อย่างนึงที่ผมอยากจะแนะนำ คือ พยายามใช้รูปภาพสินค้า หรือ บริการ ของคุณจริง ๆ อย่าพยายามใช้ภาพจากการ Stock Photo ที่ซื้อมา ถึงแม้ว่ามันจะดูดี ดูสวยงาม แต่ผู้ใช้งานจะรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช้ภาพสินค้า หรือ บริการของจริง การใช้รูปภาพจริงนั้นจะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้งานได้มากกว่า และยังเพิ่มโอกาสในการสร้าง Conversion อีกด้วย 5. CTA ที่ชัดเจนและโดดเด่น (One Prominent CTA) เมื่อคุณสามารถทำให้ผู้ใช้คล้อยตามคุณได้แล้ว คุณต้องบอกต่อว่าจะให้ผู้ใช้งานทำอะไรต่อไปแบบเข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตอบสนอง เช่น “กดสั่งซื้อ” หรือ “กรอกข้อมูลที่นี้” และนั้นคือ CTA (Call-to-Action) ของคุณนั้นเอง ไม่ว่า CTA (Call-to-Action) ของคุณจะเป็นการให้ผู้ใช้งานกรอกแบบฟอร์ม หรือ กดปุ่มสั่งซื้อสินค้า ซึ่ง CTA ที่ดีจะต้องทำให้ผู้ใช้งานรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เช่น “กดเพื่อเริ่มใช้งาน” คือ หากดตรงนี้ จะเป็นการเริ่มใช้งาน เป็นต้น คุณอาจจะสามารถเสนอผลประโยชน์บางอย่างให้กับผู้ใช้งานเพื่อเพิ่มโอกาสเกิด Conversion ได้ เพราะหลายคนจะรู้สึกดี หากได้อะไรสักอย่างหนึ่งตอบแทนกลับมา เช่น “เริ่มต้นใช้งานฟรี” หรือ “ซื้อตอนนี้ลดทันที 10%” 6. ข้อมูลการันตี หรือ เครื่องยืนยันคุณภาพ (Testimonials / Trust Marks) เพื่อให้เกิดความมั่นใจในตัวสินค้า/บริการของคุณ การสร้างความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่จำเป็น คุณอาจจะใส่เครื่องหมายยืนยันคุณภาพ (Trust Marks) ต่างๆ เช่น GMP, HACCP, หรือ อย. เป็นต้น หรือถ้าหากคุณได้ร่วมงานกับแบรนด์ดัง ๆ หรือบริษัทใหญ่ ๆ การใส่ logo เหล่านั้นก็เป็นอีกหนึ่งทางที่จะสร้างความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดี หรือคุณอาจจะเลือกใช้คำยืนยันการใช้งานจากลูกค้าของคุณจริง ๆ (Testimonials) ได้เช่นกัน เพราะการได้รับการยืนยันจากผู้ที่เคยใช้งานจริงมาแล้ว ย่อมได้รับความน่าเชื่อถือ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้าง Conversion ให้กับคุณได้นั้นเอง สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการสร้าง Landing Page ให้ออกมาดี และประสบผลสำเร้จ คือ การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ ดังนั้นผมอยากให้คุณลองใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับกลุ่มลูกค้าของคุณ โดยลองตอบคำถาม What / Why / How ดู เริ่มต้นจาก อะไรคือปัญหาที่เขาเจอ หรืออะไรที่จะทำให้ลูกค้าพอใจ (What) และทำไมจะต้องเป็นคุณที่เขาต้องการ (Why) โดยที่อาจจะเป็นเรื่องราวของคุณ วิธีการที่คุณแก้ปัญหาได้ หรือ Testimonial จากลูกค้าของคุณ และสุดท้ายคุณจะแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้อย่างไร (How)  และเมื่อคุณได้คำตอบแล้ว ให้นำสิ่งที่คุณได้ไปประยุกต์ใช้กับการสร้าง Landing Page ของคุณ โดยคำนึงถึงองค์ประกอบต่างๆ ให้รอบด้าน เพียงเท่านี้ผมเชื่อว่าคุณจะสามารถสร้าง Landing Page ที่สร้าง Conversion ได้อย่างมากมาก และ Landing Page ของคุณจะปัง ดัง และขายดีอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://stepstraining.co/strategy/guide-to-landing-page-for-sales

บทความที่เกี่ยวข้อง

Get in touch

ติดต่อเรา

ออกแบบกลยุทธเฉพาะธุรกิจของคุณ เรามุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จให้คุณ
ไม่ใช่เพียงแรงงานเพื่อทำ Online MKT เท่านั้น

รายแรก และรายเดียวที่ใช้ผู้เชี่ยวชาญทำงานคู่กับ program ที่เราพัฒนาขึ้น

ทั้ง ads program: double lead customer เพิ่มลูกค้าและ seo program top 1-3 หน้าแรก Google

เพิ่มศักยภาพ ประสิทธิผลโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมประชุมกับคุณทุกสัปดาห์ วิเคราะห์ พัฒนาต่อยอด ทั้ง Ads, Website, MKT Sales CRM

สร้างธุรกิจของคุณกับมืออาชีพ "หากเราไม่พัฒนาจนโดดเด่น เราจะกลายเป็นส่วนที่มองไม่เห็นและไม่จำเป็นอีกต่อไป"
www.MatrixSeoDigital.com 2015

Matrix Business Service Co.,Ltd. 43/110 Ammarinivare 1 Ramindra Rd. Anusaowaree Bangkhen Bangkok 10220

รับทําการตลาดออนไลน์, บริษัทโฆษณาออนไลน์, รับทำ google adwords, รับทำ adwords, รับโปรโมทเว็บไซต์, โฆษณาgoogle adwords, รับทำโฆษณา google, รับทำ google ads, รับทํา โฆษณา google adwords, โฆษณาหน้าแรก google, โฆษณาผ่าน google, รับโปรโมทเว็บไซต์, รับโฆษณา google, เอเจนซี่โฆษณาออนไลน์, google adwords รายเดือน, การโฆษณาเว็บไซต์, รับโฆษณาเว็บไซต์, โฆษณาเว็บไซต์ google, รับทําการตลาดออนไลน์ ราคา , โฆษณาบน กูเกิ้ล, โฆษณา กูเกิ้ล, รับโปรโมทเว็บ, ทำเว็บติดหน้าแรก, รับลงโฆษณากูเกิลแอด, บริการรับทำ Google Adwords, รับทำโฆษณากูเกิ้ล , ลงโฆษณาบนหน้าแรกกูเกิ้ล, โฆษณามาร์เกตติ้ง, รับโปรโมทเว็บเพิ่มยอดขาย , จ้าง โฆษณา google , รับทำ ads, โฆษณาเว็บไซต์ google , รับทําโฆษณาเว็บ, โปรโมทธุรกิจ, ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์, เพิ่มยอดขายบน Google